รีวิวชีวิต 2018

อันที่จริงไม่ได้ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ แต่ปีนี้เป็นปีที่หลายๆ อย่างในชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากจริงๆ จนต้องบันทึกเอาไว้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อย ไม่ได้คิดวางแผนอะไร ไม่สนใจว่าอนาคตจะเป็นยังไง เพราะรู้ตัวว่าตัวเองมีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา เป็นความเสี่ยงที่ทุกอย่างที่ทำมันสามารถพังทลายลงไปจนอาจกลายเป็นภาระให้กับคนอื่นที่ไม่ควรต้องมารับผิดชอบปัญหาเหล่านี้ ความกลัวในใจกลับกลายเป็นการปิดกั้นตัวเองไม่ให้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ สิ่งที่ท้าทายและควรจะทำ เพราะกลัวว่าถ้าลงแรงไปแล้ว หากปัญหาเก่า ๆ เหล่านั้นปะทุขึ้นมาอีก จะยอมรับกับความสูญเสียของทุกสิ่งที่สร้างขึ้นมาไม่ได้

จนช่วงปลายปี 2017 ช่วงนั้นเพิ่งหมดสัญญากับบริษัทเก่า พอออกมาแล้วก็ยังไม่อยากทำงานเลยทำตัวอินดี้ไม่ทำงานไป 4 เดือน นั่งเล่นเกม ปั่นเลเวล เคลียหนังสือใน Kindle ฯลฯ จนหมดเรียบทุกอย่าง เลยคิดว่าควรต้องหาอะไรทำซักที อยู่ว่างๆ เกินไปจะเฉาได้ เลยเริ่มร่อน CV อีกรอบ ได้เข้าไปสัมภาษณ์หลายที่ แต่ก็ไม่อยากทำซักที่ ไม่รู้สึกเลยว่าทำไมต้องไปทำงานอะไรพวกนั้นด้วย รู้สึกได้เลยว่างานพวกนั้นไม่ได้พัฒนาทักษะอะไรเลย

เอาจริงๆ Mindset นี้ไม่ดีเลย ไม่อยากคิดแบบนี้เหมือนกัน เพราะตอนที่ทำงานที่ล่าสุดก็ไม่ได้พัฒนาตัวเองอะไรเลย เลยรู้สึกว่าเสียเวลา 1 ปีแบบไร้สาระมาก ไม่เหมือนตอนอยู่ startup ที่แทบจะต้องเรียนอะไรใหม่ๆ ทุกวัน เรียนมันหน้างานนี่แหละเพราะต้องทำตอนนั้นเลย เลยติดเป็นนิสัยว่าถ้าไม่ได้พัฒนาตัวเองก็คงไม่อยากไปทำงานที่ไหนเลย

ระหว่างที่หยุดไป 4 เดือนก็ได้โอกาสเริ่มทำงานสอนบ้าง เงินดีจนรู้สึกว่าอยากเป็นอาจารย์สอนเต็มเวลาเหมือนกัน แต่คิดแล้วคงยาก ด้วย skill set ที่อยู่ในโลก Digital ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าไม่ได้อยู่ในสายงานที่เจออะไรใหม่ๆ ก็คงหมด skill ไปซักวัน ไม่ก็โดนแซงแน่เลย

โชคดีที่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2017 รุ่นพี่ที่รู้จักกันตอนทำบริษัท Startup ฝรั่งทักมาชวนไปทำงานด้วย ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะรับดีมั้ยเพราะไม่เคยทำสาย Affiliate เลย แต่รุ่นพี่ก็บอกว่าไม่มีปัญหา เลยได้เข้าไปร่วมทีม ทั้งทีมของรุ่นพี่กับทีมของบริษัทเอเจนซี่ที่เขาทำอยู่ด้วย เลยได้กลับมา loop มนุษย์เงินเดือนอีกครั้ง

เริ่มต้นปี 2018 โปรเจคที่ทำกับทีมได้ใช้แทบทุก skill ที่ฝึกมาเลย ทั้ง SEO, Crawling, coding, ฯลฯ หลายสกิลมาก ตั้งใจทำโปรเจคมาก ประชุมกันอาทิตย์ละ 2 ครั้งแล้วก็แจกจ่ายงานกันไปทำ ได้เงินบ้าง ไม่ได้เงินบ้างแต่เฉลี่ยรวมๆ ก็ขาดทุนยาวๆ จนทั้งทีมเริ่มท้อแล้วไม่รู้จะทำยังไงดี ก็ย้ายไปทำ dropship กันก็เจ๊งอีก

ส่วนงานออฟฟิสสบายๆ ปัญหามีอย่างเดียวคือตอนเข้ามาในฐานะ senior ทำให้ต้องคอยเป็นเหมือนพี่ในทีม เวลาน้องๆ ถามอะไรก็ต้องตอบให้ได้ ถ้าไม่รู้ก็ต้องไปหาคำตอบมาให้ได้ ไม่งั้นงานเดินลำบาก ก็เหนื่อยดี แต่ก็ไม่ได้หนักอะไรขนาดนั้น

จนมาช่วงกลางปี โปรเจคงานเริ่มตัน หาเงินไม่ได้ ไม่รู้จะทำยังไงดี เลยคุยกันในทีมดูว่าเปิดคอร์สสอนกันดีมั้ย ตอนแรกก็ลองทำคอร์สแบบสัมนา จองห้องขายดู ปรากฎว่าเงินดีกว่าที่คิดเยอะเลย ทั้งทีมเลยเริ่มหันมาทำ Training กันจริงจัง โชคดีที่บริษัทก่อนหน้านี้ทำระบบขายคอร์สออนไลน์พอดีเลยรู้ว่าระบบหลังบ้านควรเป็นยังไง ก็เลยรีบปั่นเว็บ ปั่นคอร์สกัน 3 อาทิตย์เสร็จหมด ขึ้นโฆษณาขายกันแบบเร่งด่วน ผลตอบรับดีเกินกว่าที่คิดไว้เยอะ ได้เงินเข้าทีมกันจนออกคอร์สที่ 2 ที่ 3 กันออกมา ก็ขายได้เรื่อยๆ

ตลอดทั้งปีที่ทำงาน 2 ทีมมาน่าจะเป็นช่วงที่ทำงานหนักที่สุดในชีวิตการทำงานแล้ว ทำเฉลี่ยวันละ 12-14 ชั่วโมงเยอะมาก วันหยุดก็ต้องทำงานเพราะไม่งั้นงานไม่เดิน จนมาช่วงปลายปีที่หนักสุดๆ ทั้งงานออฟฟิสได้ลูกค้าเจ้าใหญ่ๆ มาเยอะ ทั้งงานโปรเจคที่ scale งานออกไปหลายอย่างมาก ได้ลูกค้าหลายแบบ แต่ก็รู้สึกคุ้มค่ากับเวลา ทั้งเรื่องตัวเงิน ทั้งบรรยากาศรอบตัวที่บังคับให้ตัวเองต้องเรียนอะไรใหม่ๆ ตลอด คิดงาน หา solution พัฒนาตัวเองจนเริ่มขยายจากสายการตลาดไปสายอื่นๆ ที่คิดว่าโลกอนาคตต้องใช้งาน

ลองทักรุ่นน้องไปคนนึงที่เป็นหมอดู น้องก็บอกว่างานไปได้ดีทั้งสองที่ แต่ปีหน้าน่าจะหนักกว่าปีนี้ จนคิดในใจว่า แม่งจะมีอะไรหนักกว่านี้อีกเรอะ แค่นี้ก็ชิบหายแล้ว แต่ก็ลองถามน้องดูว่า ที่ดูดวงมานั่นคือสิ่งที่จะเกิด ถ้าหา solution แก้ทางไว้ก่อนอนาคตจะเปลี่ยนไปมั้ย น้องก็ตอบว่าใช่ ดวงคนมันเป็นแค่การคาดเดา แต่สุดท้ายถ้าเราลงมือทำยังไงดวงคนก็เปลี่ยนได้ เลยไม่ซีเรียสเท่าไหร่

ปีนี้อยากทำหลายอย่างมาก อยากรื้องานเขียนที่ทิ้งไปเกือบ 2 ปี เขียนพลอตเรื่องไว้เยอะมากแต่ก็ดองยาวๆ เพราะความขี้เกียจ อยากเอาเบสไปซ่อมแล้วกลับมาสายดนตรีอีกครั้ง แม้ไม่ได้เล่นแบบจริงจังแต่แค่ได้กลับมาเล่นบ้างก็คงดี เดี๋ยวปีหน้าต้องหาเวลาทำละ จัดเซททำเพลงแทนของเก่าที่หมดอายุแล้วเริ่มทำงานเพลงอีกครั้งก็น่าจะดี แต่จะมีเวลารึเปล่านั่นอีกเรื่อง……

เรื่องชีวิตก็โอเค มีโอกาสได้ดูแลตัวเองมากขึ้น เข้าคอร์สลดน้ำหนักไปสามเดือน ลดมาได้ระดับนึงแต่ต้องหยุดเพราะงานล้นแต่ก็ไม่เป็นไร รู้แล้วว่าต้องทำยังไงบ้าง เดี๋ยวปีหน้าแบ่งเวลาให้สุขภาพเพิ่มขึ้นหน่อย อายุเยอะแล้วต้องเตรียมเรื่องนี้ด้วย กินเหล้าน้อยลงมาก ปริมาณต่อครั้งก็น้อยลง แต่ถ้ามีโอกาสก็กินให้ตัวเองยับเหมือนเดิม นิสัยแย่ๆ ที่แก้ไม่ได้ซักที 555

ปีนี้เห็นเพื่อนๆ แต่งงานไปหลายคู่มาก ทั้งเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่อนุบาล ทั้งเพื่อนสมัยมัธยม บางคนลูกจะเข้า ป1 แล้ว เห็นแล้วก็ อื้มมมมม ยินดีด้วย จริงๆ ก็มีคนถามเหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน ได้แต่ตอบว่ายังหาไม่ได้เลย แต่ก็รู้ว่าคงไม่หาดีกว่า ชีวิตยังเสี่ยงเกินไปที่จะให้ใครเข้ามา

สรุปแล้ว เป็นปีที่ดีนะ น่าจะเป็นรากฐานให้อนาคตได้หลายอย่างมาก นั่งดูพวก Trend ในอนาคตไว้หลายอย่างเห็นแล้วว่าโลกน่าจะไปทางไหน เตรียมความพร้อม Re-skill อะไรไว้เพิ่มแล้ว คงไม่น่าห่วงแล้วหละ เหลือแค่ทำมันให้สุดอีกที เตรียมความพร้อมไว้เยอะแล้ว

ส่วนถ้าปัญหาจะกลับมาอีกก็ช่างแม่งเหอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถึงเวลาค่อยหาทางแก้หน้างานเอาก็ได้

ถ้าตัวเองในอนาคตได้กลับมาอ่าน Blog นี้อีกครั้ง อยากจะบอกตัวเองในอนาคตไว้ว่า ปีนี้ทำดีที่สุดแล้ว เตรียม dot เอาไว้ connect เยอะมากแล้ว ถ้าอนาคตยังไม่ดีอีก อย่าเสียใจกับสิ่งที่ทำในปีนี้เลย โอเคนะ